ฝากร้านฟรี , ลงประกาศขายของฟรี ติด google , ลงประกาศฟรี

เครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลมอุตสาหกรรม แอร์บ้าน => ฝากร้านฟรีโพสฟรี => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 11 มกราคม 2026, 12:04:43 น.

หัวข้อ: การให้สารอาหารทางเส้นเลือดแตกต่างกับการให้อาหารสายยางอย่างไร
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 11 มกราคม 2026, 12:04:43 น.
การให้สารอาหารทางเส้นเลือดแตกต่างกับการให้อาหารสายยางอย่างไร (https://dseelin.co.th/)

การให้สารอาหารทางเส้นเลือด (Parenteral Nutrition) และการให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) มีความแตกต่างกันที่ "เส้นทางการเดินทางของอาหาร" และ "สถานะของระบบย่อยอาหาร" เป็นหลักครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมสรุปความแตกต่างในประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

1. ความแตกต่างพื้นฐาน

ประเด็น   การให้อาหารทางสายยาง (Enteral)   การให้สารอาหารทางเส้นเลือด (Parenteral)

เส้นทาง   ผ่านจมูก/หน้าท้อง ลงสู่ กระเพาะหรือลำไส้   ผ่านสายน้ำเกลือเข้าสู่ กระแสเลือดโดยตรง
การย่อย   ต้องผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้   ไม่ต้องย่อย สารอาหารอยู่ในรูปที่ใช้ได้ทันที
ระบบย่อย   ระบบย่อยอาหารต้องยัง "ทำงานได้"   ใช้เมื่อระบบย่อยอาหาร "ล้มเหลว" หรือต้องพัก
ความปลอดภัย   ปลอดภัยกว่า ติดเชื้อน้อยกว่า   เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดมากกว่า
ค่าใช้จ่าย   ราคาประหยัดกว่ามาก   ราคาสูงกว่า (เพราะสารอาหารต้องบริสุทธิ์สูง)


2. เมื่อไหร่จะใช้วิธีไหน?

● ให้อาหารทางสายยาง (Enteral - EN)
ใช้ในกรณีที่ "ท้องยังใช้ได้แต่ปากกินไม่ได้" เช่น:

ผู้ป่วยมีปัญหาการกลืน (อัมพาต, สำลัก)

มีก้อนเนื้ออุดกั้นที่หลอดอาหาร

ร่างกายต้องการพลังงานสูงมากจนการกินทางปากไม่เพียงพอ (เช่น แผลไฟไหม้รุนแรง)

● ให้สารอาหารทางเส้นเลือด (Parenteral - PN/TPN)
ใช้ในกรณีที่ "ท้องใช้ไม่ได้" หรือต้องพักลำไส้อย่างเด็ดขาด เช่น:

ลำไส้อุดตัน (Bowel Obstruction)

ลำไส้ทะลุ หรือมีรูรั่วในทางเดินอาหาร (Fistula)

ภาวะลำไส้สั้น (Short Bowel Syndrome) จนดูดซึมอาหารไม่ได้เลย

ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรงคุมไม่ได้


3. ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้
ทำไมหมอมักเลือก "ทางสายยาง" ก่อนเสมอ?
ทางการแพทย์มีหลักการว่า "If the gut works, use it" (ถ้าลำไส้ใช้ได้ ต้องใช้) เพราะ:

รักษาผนังลำไส้: การมีอาหารผ่านจะช่วยให้ผนังลำไส้ไม่ฝ่อตัว

ภูมิคุ้มกัน: 70% ของระบบภูมิคุ้มกันอยู่ที่ลำไส้ การให้อาหารทางนี้ช่วยป้องกันเชื้อโรคหลุดเข้ากระแสเลือด (Bacterial Translocation)

กลไกธรรมชาติ: ร่างกายจะคัดกรองสารอาหารผ่านตับตามกระบวนการธรรมชาติ

ความเสี่ยงของการ "ให้ทางเส้นเลือด"
การติดเชื้อ: เนื่องจากเป็นการต่อสายเข้าเส้นเลือดดำใหญ่ หากดูแลไม่สะอาดเชื้อโรคจะเข้าสู่หัวใจและกระแสเลือดได้เร็ว

ภาวะแทรกซ้อนทางเมตาบอลิซึม: น้ำตาลในเลือดอาจแกว่งได้ง่าย หรือมีผลกระทบต่อการทำงานของตับหากให้เป็นเวลานาน

💡 สรุปสำหรับผู้ดูแล
หากผู้ป่วยยังสามารถย่อยอาหารได้ การให้ทางสายยางคือตัวเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ครับ ส่วนการให้ทางเส้นเลือดมักจะเป็น "ทางเลือกสุดท้าย" หรือใช้เพียงชั่วคราวในกรณีที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหาจริงๆ เท่านั้น