แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 48
1
ปล่อยรถผู้บริหาร MAZDA CX-5 2.0 SP ปี 2024 โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ

มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
Mazda CX-5 2.0 SP รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวียอดนิยมของมาสด้า ที่ได้รับการพัฒนาให้ครบครันสมบูรณ์แบบขึ้นในทุกด้าน เพื่อตอบโจทย์ของครอบครัวยุคใหม่ ดูหรูหรา สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ยิ่งกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย รองรับการเชื่อมต่อเพิ่มเติมมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ผนวกกับสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0 ลิตร ให้กำลัง 165 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 13.9 กิโลเมตร/ลิตร โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 1,250,000-1,350,000 บาท

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 19 มี.ค. - 19 มี.ค. 2568
พิเศษสำหรับลูกค้า Checkraka รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% 4 ปี

ราคาพิเศษ 1,169,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                   Mazda
   รุ่น                        มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
   ประเภทรถ               รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว                2024



2
อาการตับอักเสบ รู้ทันสัญญาณและวิธีการรับมืออย่างเหมาะสม

การสังเกตเห็นอาการตับอักเสบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รับมือกับโรคตับอักเสบได้เร็วยิ่งขึ้น โดยการรู้จักอาการตับอักเสบจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจตามมา เช่น โรคตับแข็ง มะเร็งตับ รวมถึงภาวะอันตรายอย่างตับวายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อได้รับการรักษาช้าเกินไป

ตับอักเสบเป็นภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงสาเหตุที่พบบ่อยอย่างการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ การสัมผัสเลือด ปัสสาวะและอุจจาระของผู้ติดเชื้อ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ


อาการตับอักเสบที่หลายคนควรสังเกต

ตับอักเสบอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ตับอักเสบเฉียบพลันและตับอักเสบเรื้อรัง โดยตับอักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบดี และไวรัสตับอักเสบอี โดยอาการตับอักเสบเฉียบพลันมักดีขึ้นได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน

แต่สำหรับตับอักเสบชนิดเรื้อรัง สาเหตุมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นเวลานาน หรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ โดยอาการตับอักเสบเรื้อรังมักเกิดขึ้นนานเกิน 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม อาการตับอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังอาจสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ เช่น

    ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือภาวะดีซ่าน
    เป็นไข้
    คลื่นไส้
    อ่อนเพลียหรือรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา
    เบื่ออาหาร
    ปวดท้องด้านบนขวา
    ปัสสาวะมีสีเข้ม
    อุจจาระสีซีดหรืออุจจาระสีเทา
    คันตามผิวหนัง

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้อาการตับอักเสบรุนแรงขึ้น เช่น ขาบวม ข้อเท้าบวม เท้าบวม รู้สึกสับสน อาเจียนเป็นเลือด และอุจจาระเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น


วิธีรับมือเมื่อเกิดอาการตับอักเสบอย่างเหมาะสม

อาการตับอักเสบไม่รุนแรงอาจค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายใน 3–10 วัน ในระหว่างนี้ผู้ที่มีอาการตับอักเสบสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้หลายวิธี เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หากอาการตับอักเสบยังคงไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา ซึ่งวิธีการรักษาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่ชนิดของภาวะตับอักเสบ เช่น

    ยาต้านไวรัสต่าง ๆ หากมีอาการตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี
    ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน หากอาการตับอักเสบเกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ
    การปลูกถ่ายตับ หากมีอาการตับวายหรือมะเร็งตับจากภาวะตับอักเสบเรื้อรัง

นอกจากนี้ การป้องกันภาวะตับอักเสบก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ โดยวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพคือการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรค เช่น ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร ใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอดีและไม่มากเกินไป

3
โปรแกรมหมอประจำบ้านอัจริยะ: หลอดเลือดแดงขาตีบ (Peripheral artery disease/PAD)

หลอดเลือดแดงขาตีบ (Peripheral artery disease/PAD)* ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis)

โรคนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มพบได้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และยิ่งมีอายุมากขึ้นก็ยิ่งพบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน หรือผู้ที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนี้

นอกจากนั้นอาจพบในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะอ้วน

มักพบร่วมกับโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะหลอดเลือดแดงตีบอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวายเรื้อรัง ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย (องคชาตไม่แข็งตัว) เป็นต้น

*Peripheral artery disease/Peripheral arterial disease/PAD ซึ่งแปลว่า หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบนั้น หมายถึง หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงแขนหรือขาเกิดการตีบแคบลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงแขนหรือขาไม่ได้
ภาวะนี้มักเกิดที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงขา เรียกว่า "หลอดเลือดแดงขาตีบ"
ในบทนี้จึงขอกล่าวถึงเฉพาะเรื่อง "หลอดเลือดแดงขาตีบ"

สาเหตุ

ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจากการมีตะกรันไขมันเกาะที่ภายในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบลง เลือดไปเลี้ยงขาและปลายเท้าได้น้อยลง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงขาแข็งและตีบที่สำคัญ ได้แก่ เบาหวาน การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่น ได้แก่ อายุ (มากกว่า 50 ปี) ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงหรือผิดปกติ ภาวะอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 30 กก./ตร.ม.) ภาวะโฮโมซีสตีนในเลือดสูง (hyperhomocysteinemia) โรคไตเรื้อรัง มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (อัมพฤกษ์ อัมพาต)

โรคนี้ส่วนน้อยอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น การฉายรังสี การบาดเจ็บที่ขา การอักเสบของหลอดเลือดแดงขา (ซึ่งอาจพบเป็นภาวะแทรกซ้อนของ โรคหลอดเลือดแดงขมับอักเสบ) เป็นต้น

นอกจากนี้ อาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่ขา เช่น กลุ่มอาการหลอดเลือดแดงขาพับถูกกดทับ (popliteal entrapment syndrome) ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นกดทับถูกหลอดเลือดแดงที่บริเวณขาพับ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างน้อย และพบได้ในคนอายุน้อยหรือวัยหนุ่มสาว

อาการ

ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแดงขาตีบในระยะแรกอาจไม่มีอาการ ซึ่งตรวจพบได้จากการตรวจเช็กสุขภาพจากแพทย์

ผู้ป่วยจะแสดงอาการเมื่อมีการตีบของหลอดเลือด เกินร้อยละ 50

อาการเริ่มแรกที่พบบ่อย คือ ขาข้างที่ผิดปกติมีอาการปวดเวลาเดินไปได้สักพักหนึ่ง หรือเวลาเดินขึ้นบันได มักมีอาการปวดหน่วง ๆ ที่น่อง บางคนอาจปวดที่ต้นขาหรือสะโพกร่วมด้วย (ซึ่งขึ้นกับตำแหน่งที่ตีบตันของหลอดเลือด) อาการอาจเกิดที่ขาเพียงข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างก็ได้

อาการปวดจะทุเลาได้เองเมื่อผู้ป่วยหยุดพักการเดินสัก 2-3 นาที แต่เมื่อเดินต่อสักพักก็จะกำเริบอีก หากยังฝืนเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะปวดมากขึ้น จนอาจเดินขาลาก ทำให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องหยุดเดิน

ทั้งนี้เนื่องจากการเดิน กล้ามเนื้อขาต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นจากขณะพัก (ไม่ได้เดิน) แต่เพราะหลอดเลือดแดงขาตีบ เลือดจึงไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาได้พอกับความต้องการ เราเรียกอาการปวดขาในลักษณะนี้ว่า "อาการปวดขาเป็นระยะเพราะขาดเลือด (intermittent claudication)"

บางคนอาจไม่มีอาการปวดขาเป็นระยะดังกล่าว แต่อาจมีเพียงอาการหนักขา ขาไม่มีแรงหรือขาอ่อน ทำให้คิดว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการเดิน หรือจากอายุที่มากขึ้น

บางรายอาจมีอาการเป็นตะคริวที่น่องบ่อย ซึ่งอาจเกิดขึ้นแม้แต่ในช่วงเข้านอนตอนกลางคืน

เมื่อหลอดเลือดแดงขาตีบมากขึ้น ก็จะมีอาการปวดขามากขึ้น เดินได้ระยะสั้นกว่าเดิมก็จะมีอาการปวด ทำให้ผู้ป่วยเดินได้ช้าลง หรือเดินไกลไม่ได้ มีผลทำให้ดำเนินชีวิตได้ไม่ปกติ หรือเล่นกีฬาที่ต้องเดินไม่ได้

หากปล่อยไว้จนมีการตีบของหลอดเลือดที่รุนแรง ก็จะมีอาการปวดขา แม้อยู่เฉย ๆ หรือเวลานอนราบหรือยกเท้าสูง อาจเป็นมากถึงขั้นนอนไม่หลับ

นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการอื่น ๆ ตามมา ได้แก่ ขาข้างที่เป็นมีอาการชาหรืออ่อนแรง ซีดกว่าปกติ หรือมีสีผิวเปลี่ยนไป คลำดูขาข้างที่เป็นรู้สึกเย็นกว่าปกติ ผิวหนังที่บริเวณขาดูมันวาวกว่าปกติ ขนและเล็บงอกช้ากว่าขาข้างที่ปกติ เกิดแผลที่ปลายเท้าเรื้อรังและหายยาก กล้ามเนื้อขาลีบลงกว่าปกติ ชีพจรที่ขาและเท้าของขาข้างที่เป็นคลำได้เบาหรือไม่ได้

ผู้ชายบางคนอาจมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย (องคชาตไม่แข็งตัว) ร่วมด้วย


ภาวะแทรกซ้อน

ที่พบบ่อยคือ การเป็นแผลเรื้อรังที่ขา อาจเกิดการติดเชื้อ และกลายเป็นเนื้อตายเน่า (gangrene) ซึ่งอาจจำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าหรือข้อเท้า เกิดความพิการได้ มักพบในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รักษาอย่างจริงจัง

ผู้ป่วยมักมีภาวะหลอดเลือดแดงตีบที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย หากปล่อยไว้ก็อาจเกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ที่สำคัญ ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (พบได้ประมาณร้อยละ 30-50 ของผู้ที่เป็นหลอดเลือดแดงขาตีบ) โรคหลอดเลือดสมอง (พบได้ประมาณร้อยละ 15-25 ของผู้ที่เป็นหลอดเลือดแดงขาตีบ) หลอดเลือดแดงไตตีบ (renal artery stenosis) ไตวายเรื้อรัง

ในรายที่มีการตีบของหลอดเลือดแดงขาที่รุนแรง อาจเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดงขาแทรกซ้อนอย่างเฉียบพลัน ทำให้ขาเกิดภาวะขาดเลือดอย่างรุนแรง เกิดภาวะที่เรียกว่า "Acute limb ischemia (ALI)" ขาข้างที่เป็นจะมีอาการปวด (ขณะพักอยู่เฉย ๆ) ซีด เย็น ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง และชีพจรเบา ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล และมีความเสี่ยงต่อการเกิดความพิการจากการตัดขา หรือการเสียชีวิต

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการและสิ่งตรวจพบ ได้แก่ การคลำชีพจรที่เท้าพบว่าเบาหรือคลำไม่ได้ เท้าซีดและเย็นกว่าปกติ กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาลีบลงกว่าปกติ แผลเรื้อรังที่เท้า

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดด้วยการตรวจพิเศษ เช่น ทำการทดสอบด้วยการวัดความดันโลหิตที่เท้าเทียบกับที่ต้นแขน ดังที่เรียกว่า "Ankle-Brachial Index (ABI) Test" ซึ่งมักพบว่าความดันโลหิตที่เท้ามีค่าต่ำกว่าที่ต้นแขน (ค่า ABI < 0.90) มีค่ายิ่งต่ำ แสดงว่าโรคยิ่งรุนแรง, การตรวจวัดการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดแดงขาด้วยอัลตราซาวนด์ (Doppler ultrasound), การถ่ายภาพหลอดเลือด (angiography) ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การตรวจเลือด (ดูระดับน้ำตาล ไขมัน) เป็นต้น

ในรายที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบ แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้ยารักษาโรคที่เป็นสาเหตุ (เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง), ให้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน, โคลพิโดเกรล (clopidogrel) ป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดจับเป็นลิ่มอุดตันหลอดเลือด, ให้ยาเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงขา (เช่น cilostazol ลดอาการปวดขาเป็นระยะเพราะขาดเลือด ช่วยให้เดินได้ระยะไกลขึ้น) เป็นต้น

นอกจากนี้แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรม เช่น งดบุหรี่, ลดอาหารหวาน มัน เค็ม, ลดน้ำหนัก, ผ่อนคลายความเครียด, ออกกำลังกาย

แพทย์อาจแนะนำให้ออกกำลังด้วยการเดินวันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน เดินด้วยความเร็วตามปกติ เมื่อสังเกตว่าเริ่มมีอาการปวดขาให้หยุดเดิน เมื่อรู้สึกทุเลาปวดให้เดินต่อ เดิน ๆ หยุด ๆ สลับกันจนครบ 30-45 นาที การเดินช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงขาได้มากขึ้น ทำให้เดินได้ไกลขึ้น

หากการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล แพทย์อาจทำการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดบายพาส (โดยใช้หลอดดำของผู้ป่วยเอง หรือหลอดเลือดเทียม), การทำบัลลูนและใส่หลอดเลือดตาข่าย (stent) ค้ำยันภายในหลอดเลือด, การฉีดยาละลายลิ่มเลือดเข้าไปในหลอดเลือดตรงจุดที่มีลิ่มเลือดอุดตัน

ผลการรักษา หากได้รับการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ก่อนมีอาการแสดง และไม่มีโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองร่วมด้วยอย่างต่อเนื่อง มักได้ผลดี

แต่ถ้าได้รับการรักษาในระยะที่มีอาการ ผลการรักษาขึ้นกับสภาพของผู้ป่วย ในรายที่มีหลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบร่วมด้วย ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดความพิการหรือการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดขาเวลาเดินหรือขึ้นบันได เป็นตะคริวที่น่องบ่อย ปวดขาตอนนอนราบหรือตอนกลางคืน ขามีลักษณะซีด เย็น กล้ามเนื้อขาลีบหรืออ่อนแรง หรือคลำชีพจรที่เท้ามีลักษณะเบาหรือคลำไม่ได้ มีแผลเรื้อรังที่ขา เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

นอกจากนี้ เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบในระยะแรกมักจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ดังนั้น ผู้ที่สบายดี ไม่มีอาการปวดขาและอาการอื่นใด ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจกรองโรคนี้ ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

    มีอายุมากกว่า 65 ปี
    มีอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งป่วยเป็นเบาหวาน หรือสูบบุหรี่
    มีอายุน้อยกว่า 50  ปี ซึ่งป่วยเป็นเบาหวาน และมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน เป็นต้น

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบ ควรดูแลรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และติดตามการรักษากับแพทย์ตามนัด

ข้อปฏิบัติตัว ที่สำคัญ ได้แก่ 

    งดบุหรี่
    ลดอาหารหวาน มัน เค็ม กินผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เต้าหู้ ปลาให้มาก ๆ
    ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักเกิน
    ผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกาย ด้วยการเดินให้มาก ๆ ตามวิธีที่แพทย์แนะนำ วันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน (อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อ "การรักษา" ด้านบน)
    หมั่นดูแลเท้าไม่ไห้เกิดแผล (เช่น ระมัดระวังในการตัดเล็บ สวมใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ระวังไม่ให้ถูกของมีคมบาด) เพราะหายยากเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง
    หลีกเลียงการซื้อยามาใช้เอง เนื่องเพราะยาบางชนิด เช่น กลุ่มสูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) ซึ่งนิยมใช้รักษาโรคหวัด คัดจมูก โรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ อาจทำให้หลอดเลือดตีบมากขึ้น ปวดขามากขึ้นได้


ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดขามากขึ้น
    ขามีลักษณะซีด เย็น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา หรือเป็นแผลเรื้อรัง
    มีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือแขนขาซีกหนึ่งมีอาการชาหรืออ่อนแรง
    ขาดยาหรือยาหาย
    สงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยาที่แพทย์ให้กิน เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ใจสั่น ท้องเดิน เป็นต้น
    มีความวิตกกังวล

การป้องกัน

    ไม่สูบบุหรี่
    รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
    ลดอาหารมัน หวาน เค็ม กินผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เต้าหู้ ปลาให้มาก ๆ
    ถ้าเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ควรดูแลรักษาให้สามารถควบคุมโรคได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ข้อแนะนำ

1. ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบจะรู้สึกสบายดี ไม่มีอาการปวดขาและอาการผิดปกติอื่นใด จะมีอาการปวดขาเมื่อหลอดเลือดตีบมากแล้ว และอาจมีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบแฝงอยู่ร่วมด้วย (โดยไม่มีอาการ) ดังนั้นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและตีบ ถึงแม้สบายดีก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจกรองโรค และรับการรักษาแต่เนิ่น ๆ

2. โรคนี้มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ (อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อ "สาเหตุ" ด้านบน) ที่สำคัญ ได้แก่ การเป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ การสูบบุหรี่ การมีอายุมาก ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และป่วยเป็นโรคเบาหวาน ร่วมกับการสูบบุหรี่ หรือความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น ดังนั้น ควรป้องกันการเกิดโรคนี้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงให้มากที่สุด (อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อ "การป้องกัน" ด้านบน)

3. โรคนี้มีความรุนแรงค่อนข้างมาก เนื่องเพราะมักตรวจพบเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดขาแล้ว และขามักมีภาวะขาดเลือดเรื้อรังมานาน มักทำให้เกิดแผลเรื้อรัง ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ถึงขั้นต้องตัดขา นอกจากนี้ อาจพบโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบร่วมด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการหรือการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้

4. ผู้ที่มีอาการปวดขาหรือเป็นตะคริวบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง อย่าชะล่าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือไม่เป็นอะไรมาก แต่ควรไปปรึกษาแพทย์เพี่อตรวจให้แน่ใจว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบหรือไม่

4
ฝากร้านฟรีโพสฟรี / มือถือ Samsung ซัมซุง SAMSUNG Galaxy ZFlip6 (12GB/256GB)
« เมื่อ: วันที่ 3 เมษายน 2025, 13:12:18 น. »
มือถือ Samsung ซัมซุง SAMSUNG Galaxy ZFlip6 (12GB/256GB)
47,900 บาท

ซัมซุง SAMSUNG Galaxy ZFlip6 (12GB/256GB)
Galaxy Z Flip6 อุปกรณ์ที่ แสดงออกตัวตน ของคุณ ทั้งกะทัดรัด และโดดเนสะดุดตากว่าเดิม และมาพร้อมกับ Galaxy AI กับ กล้อง 50MP ระดับโปรที่พร้อมรับมือทุกการถ่ายภาพ

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น                 ซัมซุง SAMSUNG Galaxy ZFlip6 (12GB/256GB)
   ราคากลาง              47,900 บาท
   จำนวนซิม               2 ซิม (Nano Sim SIM 1 + eSIM / Dual eSIM)
   แบบดีไซน์              จอสัมผัส
   สี                         Silver(Silver Shadow), White, Peach, Black(Crafted Black), Yellow, Blue, Other(Mint)
   ความถี่-เครือข่าย
3G
4G
5G

   ขนาด-น้ำหนัก                         ยาว 165.1 x กว้าง 71.9 x หนา 6.9 มม., น้ำหนัก 187 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)         512 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด           -
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ             ความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ                        จอสัมผัส (Dynamic AMOLED 2X)
   ความละเอียด                  6.7 นิ้ว, 1,080 x 2,640 px
   รายละเอียดอื่น
Size (Main_Display) : 170.3mm (6.7" full rectangle) / 166.4mm (6.6" rounded corners)
Resolution (Main Display) : 2640 x 1080 (FHD+)
Technology (Main Display) : Dynamic AMOLED 2X
Color Depth (Main Display) : 16M
Max Refresh Rate (Main Display) : 120 Hz
Size (Sub_Display) : 86.1mm (3.4" full rectangle) / 83.2mm (3.3" rounded corners)
Resolution (Sub Display) : 720 x 748
Technology (Sub Display) : Super AMOLED
Color Depth (Sub Display) : 16M

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                      กล้องหลัง (50 Mpx), กล้องหน้า (10 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                   -

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)                 Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Octa Core
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)         Adreno 750
   หน่วยความจำ (RAM)                    12.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                    USB(Type-C 3.2 Gen 1), Bluetooth(v5.3), NFC, Wi-Fi(802.11a/b/g/n/ac/ax 2.4GHz+5GHz+6GHz, HE160, MIMO, 1024-QAM)
   ระบบรับส่งข้อความ                          -
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต                  3G, WiFi, 4G, 5G
 

5
บ้านเดี่ยว สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346 (Saransiri Ratchapruek - 346)
เริ่มต้น 6.99 ลบ. - 15 ลบ. 

สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346 (Saransiri Ratchapruek - 346)
สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จาก แสนสิริ บ้านภายใต้แนวคิด "Live the Life You Love ใช้ชีวิตในแบบที่คุณรัก" ใช้ชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ กับบ้านสไตล์ Modern Farmhouse ที่อบอุ่นในแบบคันทรี่ มีฟังก์ชันที่ลงตัวกับทุกคนในครอบครัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน บนทำเลที่เดินทางเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346 (Saransiri Ratchapruek - 346)
 เจ้าของโครงการ           แสนสิริ
 แบรนด์ย่อย                สราญสิริ
 ราคา                       เริ่มต้น 6.99 ลบ. - 15 ลบ.

 ประเภทบ้าน             บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล            บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ           58 ไร่ 2 งาน 25 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน              253 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด       5 แบบ
  เนื้อที่บ้าน              ตั้งแต่ 50 ถึง 110 ตร.ว.
 พื้นที่ใช้สอย            ตั้งแต่ 162 ถึง 290 ตร.ม.
 จำนวนชั้น               2 ชั้น
 หน้ากว้าง              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน       ตั้งแต่ 3 ถึง 4 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค          สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ (พร้อมสระว่ายน้ำเด็ก), ฟิตเนส, รปภ., CCTV, อื่นๆ (สวนผักกินได้), สนามเด็กเล่น, Jogging Track, Co-working space

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน           ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง           ถนนราชพฤกษ์ (ตัดใหม่) ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12140

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้ทางด่วน (ทางพิเศษศรีรัช ด่านแจ้งวัฒนะ, ทางพิเศษอุดรรัถยา ด่านศรีสมาน)
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนราชพฤกษ์, ถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ไลฟ์สไตล์
1. โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ 6 กม.
2. โฮมโปรสาขาชัยพฤกษ์ 8.3 กม.
3. โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ 8.8 กม.
4. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ 19 กม.

สถานศึกษา
1. โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ 4.9 กม.
2. โรงเรียนสาธิตปทุม 11 กม.
3. โรงเรียนนานาชาติดีบีเอส เด่นหล้า 9 กม.
4. มหาวิทยาลัยรังสิต 19.7 กม.

สถานพยาบาล
1. โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 6.9 กม.
2. โรงพยาบาลปทุมธานี 9.7 กม.
3. โรงพยาบาล เวิลด์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ 20 กม.

6
จัดฟันบางนา: แก้ปัญหา “โรคกลัวหมอฟัน” ด้วยวิธีง่ายๆ

เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่เรียกว่า “กลัวหมอฟัน” จนกลายเป็นการวิตกกังวล ส่งผลให้หลีกเลี่ยงการทำฟัน ไม่กล้าเข้าตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์ อย่าหนึ่งเลยที่ทำให้หลายๆคนกลัวทันตแพทย์ หรือกลัวการทำฟัน อาจจะมาจากการที่คิดว่า ทำฟันต้องเจ็บปวดแน่ๆ และบางคนอาจจะกลัวเสียงอุปกรณ์ทางทันตกรรม ซึ่งความกลัวเหล่านี้อาจจะถูกสร้างหรือปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ อาจจะเคยโดนขู่จากผู้ปกครองว่าไม่ยอมแปรงฟันจะพาไปหาหมอฟัน และเกิดการฝังใจ มองการทำฟันรวมถึงทันตแพทย์ในด้านความเจ็บหรือการถูกทำโทษ ทั้งที่แท้จริงแล้ว ทันตแพทย์คือคนที่คอยช่วยให้ฟันของคุณหายเป็นโรค หรือกายจากการเจ็บปวดจากฟันผุ

ซึ่งในวันนี้จะขอพาคุณผู้อ่านมาทราบถึงวิธีปฏิบัติ หากว่าคุณเป็นคนที่กลัวการเข้าพบทันตแพทย์ หรือ กลัวการทำฟัน ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราจะทำให้คุณมีความมั่นใจ ไม่กลัวทันตแพทย์อีก โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เหตุใดทำไมจึงควรไปพบทันตแพทย์ ?

เมื่อสมัยก่อนในยุคที่ทันกรรมศาสตร์ ยังไม่แพร่หลายเหมือนในสมัยปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จะต้องทนกับอาการปวดฟัน และต้องเสียฟันตามธรรมชาติไปก่อนวัยอันควรตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลให้หลายๆคนในสมัยก่อนขาดสารอาหารเนื่องจากไม่มีฟันใช้เคี้ยวหรือรับประทานอาหารบางชนิด ทำให้เกิดผลกระทบเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ซึ่งต่างจากในสมัยนี้เป็นอย่างมาก เพราะ ทันตกรรมเข้าถึงทุกชนชั้น ทุกคนรู้จักการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน หรือหากว่ามีอาการปวดฟัน หรือมีโรคต่างๆในช่องปาก ก็สามารถเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายจากอาการเจ็บปวดได้อีกด้วย

การเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำ จึงถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะ จะทำให้ฟันของท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงไปตลอดนั่นเอง

ซึ่งจุดสำคัญ และหน้าที่หลักๆ ของทันตกรรม ก็คือ  1.หาจุดเริ่มต้นของปัญหา 2.ป้องกันการเกิดปัญหา และ 3.บูรณะฟันที่เกิดการเสียหายให้กลับมามีสภาพปกติดังเดิม

นี่เองที่เป็นเหตุผลที่ทำไมคุณถึงต้องเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำ เพื่อให้สุขภาพช่องปากและฟันของคุณปลอดภัยและอยู่คู่กับคุณไปนานแสนนาน


วิธีรับมือกับความกลัว เมื่อเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม !

ต้องบอกให้เข้าใจก่อนเลยว่า โรคกลัวหมอฟัน ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่เป็น คนส่วนใหญ่มักเกิดการวิตกกังวลในการเข้าพบทันตแพทย์ หรือเมื่อต้องทำการรักษาฟัน บางคนถึงกับยอมปล่อยให้ปวดฟัน ปล่อยให้ฟันผุ และเกิดโรคต่างๆ เนื่องจากว่าไม่กล้าเข้ารับการรักษา ซึ่งมีวิธีแก้ไขความกลัวต่างๆดังต่อไปนี้

– กลัวการรักษา

ถ้าหากว่าคุณต้องเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับทันตกรรม แล้วเกิดความรู้สึกกลัวหรือเกิดความวิตกกังวลใดๆก็ตามก่อนจะทำการรักษา ให้คุณบอกเรื่องนี้กับทางด้านทันตแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง ซึ่งทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีวิธีรับมือกับความวิตกกังวล และความกลัวของคนไข้ โดยจะสอนวิธีใช้สัญญาณมือ ถ้าหากว่าเริ่มมีอาการวิตกกังวลมากๆ หรือ เจ็บปวดในขณะทำฟัน ซึ่งวิธีการนี้พบว่าคนไข้จำนวนมากลดความกลัวและวิตกกังวลลงมาก และเกิดความมั่นใจในการรักษาของทันตแพทย์มากขึ้นอีกด้วย

– กลัวทันตแพทย์ดุ

อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความวิตกกังวลว่าจะถูกทันตแพทย์ดุ ที่เราไม่ทำการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี จนก่อให้เกิดความวิตกและกังวลใจ ต้องขอบอกเลยว่าอย่าไปคิดมากในประเด็นนี้ เพราะ ทันตแพทย์ทุกคนจะไม่ดุ หรือบ่นคุณ เรื่องที่ไม่ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากอย่างแน่นอน แต่ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะบอกถึงแนวทางในการดุแลสุขภาพช่องปากที่คุณกำลังบกพร่องให้เข้าใจในแนวทางการดูแลได้ดียิ่งขึ้น

– กลัวเรื่องค่าใช้จ่าย

อีกกลุ่มหนึ่งที่พบมากพอสมควร คือ กลัวเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษา ซึ่งต้องบอกเลยว่าอันนั้นเป็นปลายเหตุ เพราะหากว่า คุณไหวตัวทัน เข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน คุณก็จะสามารถทราบถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในช่องปากของคุณ และรักษาได้เร็วและทันเวลา ก่อนที่จะเป็นไปมาก เพราะ การรักษาฟันเบื้องต้นนั้นมีราคาที่ไม่แพง แต่หากปล่อยไว้นานจะช่องปากมีปัญหาใหญ่ๆเกิดขึ้นเมื่อนั้นราคาจะแพงมาก เพราะเหตุนี้เอง การพบทันตแพทย์เป็นประจำก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาฟันในอนาคตได้อีกด้วย

7
จัดฟันบางนา: เมื่อ ฟันโยก ควรทำอย่างไร ?

ฟันโยก สำหรับเด็กที่ยังมีฟันแท้ขึ้นไม่ครบ 32 ซี่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกท่าน เนื่องจากว่าฟันน้ำนมจะเกิดการโยกและหลุดออกเพื่อมีพื้นที่ให้ฟันแท้งอกขึ้นมาทดแทน แต่หากว่าเป็นการเกิดฟันโยกในวัยผู้ใหญ่กลับหมายถึงสัญญาณอันตรายที่คอยบ่งบอกว่าเหงือกหรือฟันของท่านกำลังมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในขณะนี้นั่นเอง ซึ่งหากว่าได้รับสัญญาณเตือนนี้แล้วยังไม่รีบทำการรักษา ผลสุดท้ายท่านอาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไปอย่างไม่มีวันกลับมานั่นเอง

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ ฟันโยก สัญญาณอันตรายของเหงือกและฟัน ว่าจะมีวิธีการ หรือควรทำตัวอย่างไรหากมีอาการฟันโยก โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ทำอย่างไรดี เมื่อฟันโยก ?

หากว่าเป็นการเกิดฟันโยกในช่วงวัยเด็ก หากไม่มีอาการแทรกซ้อนก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมากปล่อยให้โยกและหลุดไปเองตามธรรมชาตินั่นเอง เพราะหากว่าทำการถอนออกก่อนที่จะถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมจะยิ่งทำให้มีโอกาสเกิดความเจ็บปวดและเสี่ยงเหงือกติดเชื้อตามมาด้วย

แต่หากว่าเป็นฟันโยกที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ควรเข้าพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาป้องกันให้ถูกจุด ดังต่อไปนี้

   
ฟันโยกจากการกัดฟัน

หากว่าเกิดฟันโยกจากการกัดฟันรุนแรงในขณะที่นอนหลับซึ่งสามารถแก้ไขได้ยากด้วยตนเองจึงจำเป็นที่จะต้องรักษากับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา เพราะหากว่าปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมชาติ ท่านอาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อกระดูกขากรรไกรอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ทันตแพทย์มักนิยมใช้การรักษา 2 แบบ สำหรับคนไข้ที่ชอบนอนกัดฟัน ก็คือ การตัดแต่งผิวเคลือบฟัน เพื่อลดการเกิดแรงกดที่เกิดจากการกัดฟัน และอีกวิธีก็คือการใส่ฟันยาง เพื่อลดแรงกดและการกระแทกกระทบของฟัน ทันตแพทย์จึงแนะนำให้ใส่ฟันยางเพื่อลดการกระแทกในขณะนอนหลับนั่นเอง

   
ฟันโยกจากโรคเหงือก

หากว่าเป็นการฟันโยกจากโรคเหงือก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมากๆ หากปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ทำการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ เนื่องจากว่าโรคเหงือกนั้นสามารถติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว สร้างความเจ็บปวด และทำร้ายรากฟันอย่างเป็นวงกว้างได้ ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีขั้นตอนต่างๆตามการวินิจฉัยตามอาการความรุนแรงของโรคเหงือกและฟันที่โยก ดังต่อไปนี้


– รับประทานยา

ในขั้นแรกสำหรับคนไข้ที่ไหวตัวเร็วเข้ารับการรักษาตั้งแต่ที่ยังไม่มีอาการร้ายแรงมากนัก หรือยังไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่นๆร่วมด้วย ทันตแพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทันตแพทย์จะให้ผู้ที่มีอาการฟันโยกในระยะเริ่มต้นทานยาเหล่านี้เพื่อแก้อาการปวด และฆ่าเชื้อก่อนจะเริ่มต้นขั้นอื่นๆ แต่หากว่ารับประทานยาปฏิชีวนะเหล่านี้แล้วมีอาการที่ดีขึ้นก็จะหยุดเพียงแค่ขั้นตอนนี้


– ขูดหินปูน

ทันตแพทย์อาจจะแนะนำให้คนไข้ทำการขูดหินปูน เพื่อกำจัดคราบสกปรกที่ก่อตัวเป็นคราบ และเป็นหนึ่งในการป้องกันต้นเหตุของโรคเหงือกร้ายแรง


– เกลารากฟัน

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการทำความสะอาดที่ลึกลงไปบริเวณรากฟัน เพื่อฆ่าเชื้อและสิ่งสกปรกต่างๆที่เป็นต้นเหตุของโรคเหงือก และก่อให้เกิดฟันโยก


– ใส่เฝือกฟัน

หากว่าอาการฟันโยกยังอยู่ในลักษณะที่ไม่ได้ใกล้จะหลุด ทันตแพทย์จะใช้วิธีใส่เฝือกฟันเพื่อยึดติดไม่ให้ฟันที่โยกนั้นหลุดออกมา


– ฝังรากฟันเทียมและใส่สะพานฟัน

หากว่ามีอาการฟันโยกอยู่ในขั้นรุนแรง ทันตแพทย์จำเป็นต้องถอนฟันซี่ที่โยกออก และทำการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม หรือใส่สะพานฟันเพื่อป้องกันฟันซี่ข้างๆฟันที่โยกล้มทับกันอีก

ทั้งหมดนี้ก็คือการรักษาอาการฟันโยกเบื้องต้น ที่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากโรคเหงือกที่กำลังติดเชื้อ และพฤติกรรมความผิดปกติกัดฟันในขณะนอนหลับ เมื่อท่านเริ่มมีอาการฟันโยกให้นึกไว้เสมอว่าฟันและเหงือกของท่านกำลังจะมีปัญหา อย่าละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้โดยเด็ดขาด

8
หลักการเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคา เรื่องสําคัญที่ไม่ควรมองข้าม!

รู้ก่อนเลือก หลักการเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคา เรื่องสำคัญไม่ควรมองข้าม!

ฉนวนกันความร้อนหลังคาถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ที่ถูกพัฒนา และผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื่องการลดอุณหภูมิภายในอาคาร โดยประโยชน์ของเจ้าฉนวนกันความร้อนหลังคานี้ นอกจากจะช่วยกันความร้อนจากภายนอก และลดอุณหภูมิภายในได้แล้ว แน่นอนว่า เมื่ออุณหภูมิลดลง ก็ยังส่งผลดีต่อการลดการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัดลม และเครื่องปรับอากาศ นั่นจึงทำให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้ไฟฟ้าลงได้ไม่น้อยเลยอีกด้วย จึงถือได้ว่าฉนวนกันความร้อนหลังคานี้เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มค่า แต่สิ่งที่สำคัญเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้นคือ การเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคาที่เหมาะสมกับการใช้งาน

ฉนวนกันความร้อนหลังคา โดยทั่วไปตามท้องตลาดนั้นมีให้เลือกหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปทั้งในเรื่องของวัสดุ และเรื่องของราคา คุณสมบัติก็จะแตกต่างกันไปตามวัสดุ รวมไปถึงในเรื่องของรูปแบบของฉนวนกันความร้อนที่หลัก ๆ เลยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ ฉนวนแบบแผ่น และฉนวนแบบฉีดพ่น ปัจจุบันผู้ผลิตยังเพิ่มเติมอีกหนึ่งคุณสมบัติเข้าไปให้กับฉนวนกันความร้อน อย่างการเติมสารกันไฟ หรือสารป้องกันการลามไฟ เพื่อความปลอดภัยสำหรับงานโครงสร้างมากยิ่งขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ฉนวนกันความร้อนยังปลอดภัย เป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัย และสัตว์เลี้ยง โดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่น ฝุ่นผง สาเหตุของอาการภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใด และยังป้องกันการรั่วซึมเมื่อเกิดฝนตกอีกด้วย

ด้วยความที่ฉนวนกันความร้อนหลังคา สามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาความร้อนภายในอาคารได้เป็นอย่างดี ทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะทำการติดตั้งฉนวนกันความร้อน แต่อย่างไรก็ตามการเลือกฉนวนกันความร้อนนั้นไม่ใช้อะไรก็ได้ แต่จะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุนมากที่สุดนั่นเอง วันนี้เราจึงจะมาแนะนำหลักการเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคา เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ได้ฉนวนกันความร้อนที่ดีที่สุดสำหรับคุณกัน


ฉนวนกันความร้อนหลังคา มีประเภทไหนบ้าง?

เพื่อประการตัดสินใจที่เหมาะสม เรามาดูกันคร่าว ๆ ก่อนดีกว่าว่า ฉนวนกันความร้อนหลังคามีกี่ประเภท ผลิตขึ้นด้วยวัสดุแบบไหน และมีคุณสมบัติเด่นตามวัสดุที่ผลิตขึ้นอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

    ฉนวนกันความร้อนหลังคาใยแก้ว
    ฉนวนกันความร้อนที่มีลักษณะเป็นเส้นใยแก้วขนาดเล็กประสานกัน ทำให้เกิดฟองอากาศ ที่ทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายใน มีคุณสมบัติเด่นคือ เส้นใยแก้วถือเป็นวัสดุนำความร้อนต่ำ สามารถดูดซับเสียง ไม่เป็นวัสดุลามไฟ ติดตั้งได้ง่าย มีให้เลือกทั้งแบบม้วน และแบบแผ่น สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย
    ฉนวนกันความร้อนหลังคาใยหิน
    เป็นฉนวนกันความร้อนที่ผลิตจากหินภูเขาไฟที่นำมาผ่านกระบวนการหลอมด้วยความร้อนสูง และปั้นให้เป็นเส้นใย จึงมีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันความร้อนได้ ฉนวนกันความร้อนหลังคาประเภทนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ การป้องกันความร้อนได้สูง เป็นวัสดุกันไฟ และยังสามารถช่วยดูดซับเสียงได้ มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว โดยทั่วไปจะมีขนาดความหนาให้เลือกใช้ตั้งแต่ 5 เซนติเมตรขึ้นไป สามารถใช้เป็นฉนวนฝ้าเพดาน และยังนิยมนำไปติตั้งเป็นฉนวนกันเสียงได้อีกด้วย
    ฉนวนกันความร้อนหลังคาอลูมิเนียมฟอยล์ หรือแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคา
    ฉนวนกันความร้อนหรือแผ่นสะท้อนความร้อนแบบอลูมิเนียมฟอยล์ มีลักษณะคล้ายกับแผ่นฟอยล์ทั่วไป แต่จะมีความหนา เหนียว และมีความทนทานกว่า ถือเป็นฉนวนกันความร้อนที่มีราคาไม่สูงมากนัก จึงมีคุณสมบัติเด่นที่นอกจากจะเป็นฉนวนที่มีราคาถูก คุณสมบัติเด่นยังสามารถกันความร้อน ติดตั้งได้ง่าย น้ำหนักเบา ไม่เป็นวัสดุติดไฟ และไม่ขึ้นเชื้อราเมื่อถูกความชื้น และยังสามารถป้องกันรังสียูวีได้อีกด้วย
    ฉนวนกันความร้อนหลังคาพอลิยูรีเทนโฟม (PU)
    ฉนวนกันความร้อนที่ผลิตด้วย พอลิยูรีเทนโฟม หรือเรียกอีกอย่างว่า โฟม PU หรือโฟมเหลือง เป็นวัสดุที่นำความร้อนต่ำ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถป้องกันน้ำ และความชื้น และยังช่วยกันเสียงรบกวนได้อีกด้วย โดยโฟมพอลิยูรีเทนโฟม มีทั้งแบบฉีดพ่น และแบบแผ่น รวมถึงแบบที่มาพร้อมกับแผ่นฝ้าในตัว และยังได้มีการพัฒนาคุณสมบัติขึ้นด้วยการเพิ่มสารกันไฟลามเข้าไปด้วย
    ฉนวนกันความร้อนหลังคาแบบแอร์บับเบิล
    ฉนวนกันความร้อนแบบแอร์บับเบิล เป็นฉนวนที่มีลักษณะคล้ายพลาสติกกันกระแทก โดยทำให้มีมวลอากาศอยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นฟอยล์ที่ประกบกัน เพื่อให้เกิดคุณสมบัติที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ โดยฉนวนกันความร้อนแบบแอร์บับเบิลจะมีความเด่นคือ สามารถนำไปติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบตามต้องการ
    ฉนวนกันความร้อนหลังคาแบบเยื่อกระดาษ
    ฉนวนกันความร้อนแบบเยื่อกระดาษ หรือ ฉนวนเซลลูโลส เป็นฉนวนกันความร้อนที่ผลิตขึ้นจากกระดาษที่ใช้แล้ว โดยตัววัสดุสามารถป้องกันความร้อนได้ คุณสมบัติเด่นคือ มีน้ำหนักเบา สามารถกันเสียงได้ ป้องกันเชื้อราได้ แม้ว่าจะทำจากวัสดุที่เป็นกระดาษแต่ฉนวนชนิดนี้ไม่ทำให้เป็นแหล่งของสัตว์รบกวนแต่อย่างใด และยังสามารถฉีดพ่นได้บนพื้นที่ และพื้นผิวที่หลากหลาย

หลักการสำคัญในการเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคา

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากการทำความรู้จักกับฉนวนกันความร้อนหลังคาแต่ละประเภทแล้ว หลักการที่ควรต้องพิจารณาในการเลือกฉนวนกันความร้อนหลังคา เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับการลงทุนในการติดตั้งมากที่สุด โดยหลักการที่จะมาแนะนำในเบื้องต้น มีดังนี้

    การสังเกตค่ากันความร้อน แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าฉนวนกันความร้อนหลังคา ก็จะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถกันความร้อนได้ดี โดยเราสามารถวัดค่ากันความร้อนได้ด้วย ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน ( k) และค่าความต้านทานความร้อน (R) ที่คำนวณจาก ความหนาฉนวนหารด้วยค่าการนำความร้อน ซึ่งทั้งค่า k และ ค่า R ไม่ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงเลย หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก ๆ ตลอดระยะเวลาการใช้งาน
    การพิจารณาโครงฉนวนกันความร้อนหลังคา เพราะโครงสร้างของฉนวนกันความร้อนสามารถเป็นตัวบ่งบอกว่าฉนวนกันความร้อนนั้น ๆ มีการดูดซึมน้ำ และความชื้นได้ง่ายหรือไม่ เพราะปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เกิดการยุบตัว และจะส่งผลกับค่ากันความร้อนคือ ค่า k และค่า R ที่จะต่ำลงตามมา
    การคำนึงถึงความปลอดภัย ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นควรจะต้องพิจารณาให้ดี ก่อนทำการตัดสินใจเลือกฉนวนกันความร้อนว่าเป็นวัสดุใด ก่อให้เกิดฝุ่นที่ทำให้แพ้หรือไม่ มีการผสมสารกันไฟหรือไม่ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งมาตรฐานที่ฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูงต้องมี ดังนั้นควรเลือกซื้อฉนวนกันความร้อนหลังคากับแหล่งที่เชื่อถือ และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา

9
ฝากร้านฟรีโพสฟรี / หมอออนไลน์: เอสแอลอี (SLE)
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 21:05:51 น. »
หมอออนไลน์: เอสแอลอี (SLE)

เอสแอลอี เป็นชื่อเรียกทับศัพท์ของอักษรย่อในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีคำเต็มว่า systemic lupus erythematosus

โรคนี้มักจะมีความผิดปกติของอวัยวะได้หลายระบบ (เช่น ผิวหนัง ข้อกระดูก ไต ปอด หัวใจ เลือด สมอง เป็นต้น) พร้อม ๆ กัน และอาจมีความรุนแรงทำให้พิการหรือตายได้

โรคนี้พบประปรายได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พบมากในช่วงอายุ 20-45 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 10 เท่า

สาเหตุ

ยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองอย่างผิดปกติต่อเชื้อโรคหรือสารเคมีบางอย่าง ทำให้มีการสร้างสารภูมิต้านทาน (แอนติบอดี) ต่อเนื้อเยื่อต่าง ๆ จึงจัดเป็นโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune) เช่นเดียวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

บางครั้งอาจพบมีสาเหตุกระตุ้นให้อาการกำเริบ เช่น ยาบางชนิด (เช่น ซัลฟา ไฮดราลาซีน เมทิลโดพา โปรเคนเอไมด์ ไอเอ็นเอช คลอร์โพรมาซีน ควินิดีน เฟนิโทอิน ไทโอยูราซิล) การถูกแดด การกระทบกระเทือนทางจิตใจ การตั้งครรภ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง (เนื่องจากพบมากในหญิงวัยหลังมีประจำเดือน และก่อนวัยหมดประจำเดือน) และกรรมพันธุ์ (พบมากในคนที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้)

อาการ

ที่พบได้บ่อยคือ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดเมื่อยตามตัว ปวดและบวมตามข้อต่าง ๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นตามข้อเล็ก ๆ (เช่น ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า) ทั้ง 2 ข้างคล้าย ๆ กับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (แต่ต่างกันที่ไม่มีลักษณะหงิกงอ ข้อพิการ) ทำให้กำมือลำบาก

อาการเหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไปเป็นแรมเดือน

นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมักจะมีผื่นหรือฝ้าแดงขึ้นที่ข้างจมูกทั้ง 2 ข้าง ทำให้มีลักษณะเหมือนปีกผีเสื้อ เรียกว่า ผื่นปีกผีเสื้อ (butterfly rash)

บางรายมีอาการแพ้แดด คือ เวลาไปถูกแดด ผิวหนังจะมีผื่นแดงเกิดขึ้น และผื่นแดงที่ข้างจมูก (ผื่นปีกผีเสื้อ) จะเกิดขึ้นชัดเจน อาการไข้และปวดข้อจะเป็นรุนแรงขึ้น

บางรายอาจมีจุดแดง (petechiae) หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นอาการระยะแรกของโรคนี้ก่อนมีอาการอื่น ๆ ให้เห็นชัดเจน บางครั้งแพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็นไอทีพี

บางรายอาจมีอาการหูอื้อ หูตึง ผมร่วงมาก มีจ้ำแดง ๆ ขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือนิ้วเท้าซีดขาวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำเวลาถูกความเย็น (Raynaud’s phenomenon) หรือมีภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย

ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการบวมทั้งตัว (จากไตอักเสบ) หายใจหอบ (จากปอดอักเสบ ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด หรือหัวใจวาย) ชีพจรเต้นเร็วหรือไม่เป็นจังหวะ (จากหัวใจอักเสบ)

ในรายที่มีการอักเสบของหลอดเลือดในสมอง อาจทำให้มีอาการทางประสาท เช่น เสียสติ ซึม เพ้อ ประสาทหลอน แขนขาอ่อนแรง ตาเหล่ ชัก หมดสติ และอาจตายภายใน 3-4 สัปดาห์

ส่วนมากจะมีอาการกำเริบ เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังเป็นปี ๆ

ภาวะแทรกซ้อน

อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่าง ๆ อาทิ

    ไต เช่น ไตอักเสบ ไตวาย
    ปอด เช่น เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ปอดอักเสบ เลือดออกในปอด ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion)
    หัวใจ เช่น เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มหัวใจ (pericardial effusion) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจวาย
    เลือดและหลอดเลือด เช่น โลหิตจาง เลือดออกง่าย หลอดเลือดอักเสบ ภาวะหลอดเลือดดำส่วนลึกมีลิ่มเลือด ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง
    สมองและระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ (ทำให้มีอาการชัก สับสน โรคจิต) โรคลมอัมพาต (สโตร๊ก) จากลิ่มเลือดอุดตันในสมอง ความจำเสื่อม ภาวะซึมเศร้า ไขสันหลังอักเสบ
    กระดูก เช่น กระดูกพรุน กระดูกหัก ซึ่งเป็นแทรกซ้อนจากตัวโรคเองและการใช้ยาสเตียรอยด์ในการรักษา
    การติดเชื้อ เช่น โรคติดเชื้อของผิวหนัง ทางเดินหายใจ และทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำจากตัวโรคและการใช้ยากดภูมิคุ้มกันในการรักษา
    มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ผู้ที่เป็นโรคนี้ยังอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมากกว่าคนทั่วไป
    หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคนี้ อาจมีอาการกำเริบมากขึ้น และเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ภาวะครรภ์เป็นพิษ ทารกคลอดก่อนกำหนด

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย ซึ่งมีสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ในรายที่มีอาการเล็กน้อย ในระยะแรกอาจตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน

ระยะต่อมาจะพบไข้ ผื่นปีกผีเสื้อที่แก้ม ข้อนิ้วมือนิ้วเท้าบวมแดง ผมร่วงผมบาง อาจคลำพบต่อมน้ำเหลืองโต ตับ ม้ามโต

นอกจากนี้อาจพบอาการอื่น ๆ เช่น จุดแดงจ้ำเขียวตามตัว ลมพิษ ภาวะซีด ตาเหลือง (ดีซ่าน) บวม ชีพจรเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หายใจหอบเร็ว เป็นต้น

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจเลือด อาจพบว่ามีภาวะโลหิตจาง จำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ ค่าอีเอสอาร์ (ESR) สูง พบแอนตินิวเคลียร์แอนติบอดี (antinuclear antibody/ANA)

ตรวจเลือดดูการทำงานของตับและไต อาจพบว่าผิดปกติ

ตรวจปัสสาวะอาจพบสารไข่ขาวและเม็ดเลือดแดง

นอกจากนี้ อาจทำการตรวจเอกซเรย์ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจพิเศษอื่น ๆ

บางรายแพทย์อาจทำการตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังและไต

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

ในรายที่เป็นไม่รุนแรง (เช่น มีไข้ ปวดข้อ มีผื่นแดงขึ้นที่หน้า) อาจเริ่มให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก ไพร็อกซิแคม นาโพรเซน) ถ้าไม่ได้ผลอาจให้ไฮดรอกซีคลอโรควีน (hydroxychloroquine) เพื่อช่วยลดอาการเหล่านี้

ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์จะให้สเตียรอยด์ เช่น เพร็ดนิโซโลน ติดต่อกันเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน เพื่อลดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ เมื่อดีขึ้นจึงค่อย ๆ ลดยาลง และให้ในขนาดต่ำควบคุมอาการไปเรื่อย ๆ อาจนานเป็นแรมปี หรือจนกว่าจะเห็นว่าปลอดภัย ถ้าไม่ได้ผลอาจต้องให้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น เมโทเทรกเซต (methotrexate), ไซโคลฟอสฟาไมด์ (cyclophosphamide), อะซาไทโอพรีน (azathioprine), ไมโคฟีโนเลตโมเฟทิ (mycophenolate mofeti) เป็นต้น บางรายที่ดื้อต่อยากลุ่มอื่น แพทย์อาจให้ยากลุ่มใหม่ เช่น ไรทูซิแมบ (rituximab), เบลิมูแมบ (belimumab)

นอกจากนี้ อาจให้ยารักษาตามอาการและภาวะที่พบ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ ยาบำรุงโลหิต (ถ้าซีด) ยาปฏิชีวนะ (ถ้ามีการติดเชื้อ) เป็นต้น

ผลการรักษา ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและตัวผู้ป่วย บางรายอาจมีโรคแทรกซ้อน และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในเวลาไม่นาน

บางรายอาจมีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว ถ้าผู้ป่วยสามารถมีชีวิตรอดจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้เกิน 5 ปี โรคก็จะไม่กำเริบรุนแรง และค่อย ๆ สงบไปได้ นาน ๆ ครั้งอาจมีอาการกำเริบ แต่อาการมักจะไม่รุนแรง และผู้ป่วยสามารถมีชีวิตเยี่ยงคนปกติได้

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีไข้เรื้อรัง (นานเกิน 7 วัน) ปวดบวมตามข้อนิ้วมือและกำมือลำบาก มีผื่นหรือฝ้าแดงที่ข้างจมูก จุดแดงตามผิวหนัง หน้าตาซีด เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคเอสแอลอี ควรดูแลตนเอง ดังนี้

1. รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

2. ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

3. ควรปฏิบัติตัว ดังนี้

    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น สวดมนต์ ไหว้พระ ทำสมาธิ ฝึกโยคะ รำมวยจีน เป็นต้น
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เป็นต้น ควรออกกำลังแต่พอประมาณ อย่าให้หนักเกินไป
    บำรุงร่างกายด้วยอาหารสุขภาพ กินอาหารครบ 5 หมู่อย่างถูกสัดส่วนตามหลักธงโภชนาการ
    หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด เพราะจะกระตุ้นให้ผื่นที่ผิวหนังกำเริบมากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้ง ควรกางร่ม สวมหมวก หรือใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
    งดบุหรี่ เพื่อสุขภาพและป้องกันโรคแทรกซ้อนทางปอด หัวใจและหลอดเลือด
    งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน และการมีปฏิกิริยากับยาที่รักษา
    ถ้ามีโอกาส ควรเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มมิตรภาพบำบัดสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคนี้ เพื่อเรียนรู้และดูแลช่วยเหลือ เสริมกำลังใจกัน
    ผู้ป่วยมักมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรพยายามหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ เช่น อย่ากินอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด อย่าเข้าใกล้คนที่ไม่สบาย อย่าเข้าไปในที่ที่มีคนแออัด เป็นต้น
    หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเอง เพราะอาจมีผลทำให้โรคกำเริบ หรือเกิดปฏิกิริยาด้านลบกับยาที่ใช้รักษาอยู่ก่อน
    สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้โรคกำเริบมากขึ้น ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อผู้ป่วยและทารกในครรภ์ได้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการคุมกำเนิด จนกว่าโรคเข้าสู่ระยะสงบ และแพทย์เห็นว่าสามารถตั้งครรภ์ได้

4. ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบาย เช่น มีไข้สูง ปวดท้องมาก ท้องเดินมาก อาเจียนมาก เจ็บหน้าอก บวม หน้าตาซีด อ่อนเพลีย แขนขาชาหรืออ่อนแรง เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล เนื่องจากโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ควรหาทางป้องกันไม่ให้โรคกลายเป็นรุนแรงด้วยการดูแลรักษากับแพทย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ข้อแนะนำ

1. โรคนี้สามารถแสดงอาการได้หลายแบบ เช่น มีไข้เรื้อรังคล้ายมาลาเรีย เอดส์ วัณโรค มีจุดแดงขึ้นคล้ายไอทีพี บวมคล้ายโรคไตเนโฟรติก ชักหรือหมดสติคล้ายสมองอักเสบ เสียสติ เพ้อคลั่งคล้ายคนวิกลจริต เป็นต้น ดังนั้น ถ้าพบผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นอาการของระบบใดโดยไม่ทราบสาเหตุควรนึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ

2. โรคนี้ถึงแม้จะมีความรุนแรง แต่ถ้าติดต่อรักษากับแพทย์เป็นประจำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และมีชีวิตยืนยาวได้

10
ฝากร้านฟรีโพสฟรี / มอเตอร์โชว์ 2025: ฮอนด้า Honda-e:N 1-ปี 2024
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 19:37:01 น. »
มอเตอร์โชว์ 2025: ฮอนด้า Honda-e:N 1-ปี 2024
N/A

ฮอนด้า Honda-e:N 1-ปี 2024
Honda e:N1 รถยนต์ไฟฟ้าล้วน พลัง 204 แรงม้า 310 นิวตัน-เมตร ความจุแบตฯ 68.8 kWh ติดใต้ท้องรถ วิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ NEDC และล็อคความเร็วไว้ที่ 160 กม./ชม. รองรับหัวชาร์จ DC CCS 2 และ AC Type 2 ระยะเวลาชาร์จ AC 7 kWh 1 เฟส 7-8 ชม. และ DC 78 kWh 40 - 50 นาที ภายนอกดีไซน์พรีเมี่ยมกระจังหน้าแบบเปิดทึบบ่งบอกความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% และมีฝาปิดเปิดช่องชาร์จไฟที่กระจังหน้า โดยมีไฟ LED แสดงสถานะขณะกำลังชาร์จ มาพร้อมโลโก้ "H" แบบใหม่ด้านท้ายมีฟอนต์ HONDA ใหม่ ไฟท้ายแบบสี Smoke เชื่อมยาวทั้งสองฝั่ง สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต สายอากาศครีบฉลาม กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าและด้าซ้ายปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยาง Continetal Ultracontect UC6 ภายในมาตรวัด 4 เหลื่อมยาวขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางขนาด 15.1 นิ้ว แนวตั้ง เพิ่มมีระบบ BSI เตือนมุมอับสายตา  ใครสนใจต้องเช่าขับกับบริษัทเช่ารถ 12 แห่งเท่านั้นไม่มีจำหน่าย ค่าเช่าเริ่มต้น 29,000 บาท/เดือน สัญญาเริ่มต้น 48 เดือน สามารถติดต่อการเช่ารถได้เว็บไซต์ฮอนด้า

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์            Honda
   รุ่น                 ฮอนด้า Honda-e:N 1-ปี 2024
   ประเภทรถ        รถอเนกประสงค์ SUV, Electric - EV
   ปีที่เปิดตัว         2024
   ราคา                N/A

ดีไซน์
   ภายนอก
อุปกรณ์ชุดแต่ง (โลโก้ "H" แบบใหม่,ด้านท้ายมีฟอนต์ HONDA ใหม่)
ล้อแม็ก (18" สีดำ)
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว (ปรับและพับไฟฟ้า,ด้านซ้ายปรับลงเมื่อถอยหลัง)
ไฟตัดหมอก (หน้า LED)
ปัดน้ำฝนกระจกหลัง
ขนาดยางหน้า-หลัง (225/50R18)
ไฟ Daytime Running Lights
อุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ (กล้องมองภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ)
ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบพิเศษ (แบบหน่วงเวลาพร้อมระบบอัตโนมัติ)
ไฟหน้า LED (ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential)
ไฟท้าย LED (ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke)

   ภายใน
เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
ตกแต่งภายใน (สีดำเดินด้ายฟ้า/ขาว)
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
พวงมาลัยหุ้มหนัง
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ (4 ทิศทาง)
ภายในโทนสีดำ
กระจกมองหลังตัดแสง (อัตโนมัติ)
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (ECON Mode/Normal Mode/Sport Mode)
ระบบฟอกอากาศในตัวรถ (AIR BALANCE package) (PM2.5)

สเปค
   มอเตอร์ไฟฟ้า     มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร และระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สูงสุด 500 กิโลเมตร
NEDC และล็อคความเร็วไว้ที่ 160 กม./ชม. รองรับหัวชาร์จ DC CCS 2 และ AC Type 2

ระยะเวลาชาร์จ
AC 7 kWh 1 เฟส 7-8 ชม.
DC 78 kWh 40 - 50 นาที

   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)       204 แรงม้า
   ระบบเกียร์                        1 จังหวะ
   รูปแบบเกียร์
   ระบบเบรค ABS                 มี (พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD)
   ชนิดแบตเตอรี่                   ไฟฟ้า
   ความจุแบตเตอรี่                68.8 kWh
   ระยะทางวิ่ง/การชาร์จ 1 ครั้ง  500 KM

   น้ำหนักตัวรถ                    1,662 กก.
   ประเภทยางรถยนต์              Continetal Ultracontect UC6
   ขนาดล้อ (นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน                ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย

อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VSA)
ตัวถังนิรภัย
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เซ็นทรัลล็อค (พร้อมสวิตซ์ควบคุมตำแหน่งคนขับ)
สัญญาณกันขโมย
กุญแจนิรภัย (Immobilizer)
ล็อคประตูอัตโนมัติ (ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock))
ไฟเบรกดวงที่ 3 (แบบ LED)
ระบบป้องกันสำหรับกระจกไฟฟ้า (ด้านคนขับ)
สัญญาณเตือนถอยหลัง
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS))
ระบบป้องกันการโจรกรรม
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
หลอดไฟพิเศษระบบ Daytime Running Lights(DRL)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA),ระบบแสดงภาพมุมอับสายขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lanewatch))
เข็มขัดนิรภัย (คู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ,ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder) ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder))
พวงมาลัยยุบตัวได้
กระจกนิรภัย
คานเหล็กเสริมนิรภัย
ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC))
อื่นๆ (ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS))
ระบบสั่งการด้วยเสียง (siri)
เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW) (BSI)
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert - RCTA)

11
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


12
วัดป่าพันชนะไหว้พระพุทธรูปเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง มุ่งมั่นความสงบในจิตใจทำให้เกิดสมาธิจิตตั้งมั่นระงับจากความฟุ้งซ่าน

วัดป่าพันชนะเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามและความสงบ วัดนี้มีพระพุทธรูปและภาพวาดที่สวยงามมากมาย นอกจากนี้ยังมีสวนสวยและบ่อน้ำที่สวยงามใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดป่าพันชนะเป็นสถานที่พักผ่อนในอุดมคติสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบและการเติบโตทางจิตวิญญาณผ่านการปฏิบัติธรรม

วัดแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและความงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิและการไตร่ตรอง หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่

ข้อมูลทั่วไปของวัดป่าพันชนะ
วัดป่าพันจนะเป็นวัดป่าที่ยึดมั่นในหลักความเรียบง่ายและความมีสติตามแบบประเพณีป่าของไทยซึ่งเน้นการทำสมาธิและระเบียบวินัยของสงฆ์ บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดซึ่งร่มรื่นด้วยต้นไม้และเสียงธรรมชาติช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกสงบอย่างล้ำลึก ชักชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมทำสมาธิและพิจารณาอย่างลึกซึ้ง

การปฏิบัติธรรม
วัดแห่งนี้เปิดโอกาสให้ทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ได้ฝึกสติและสมาธิ ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมการทำสมาธิ สวดมนต์ และรับคำแนะนำจากพระสงฆ์ที่มีประสบการณ์ เทคนิคการทำสมาธิที่สอนในวัดมีรากฐานมาจากแนวทางปฏิบัติทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม โดยเน้นที่การเจริญสติในการหายใจ (อานาปานสติ) และการทำสมาธิภาวนา (วิปัสสนา)

ประโยชน์ทางจิตวิญญาณ
การปฏิบัติธรรมที่วัดป่าพันชนะมีประโยชน์มากมาย เช่น จิตใจแจ่มใส คลายเครียด และสุขภาพจิตดี บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดช่วยให้ผู้คนหลุดพ้นจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ช่วยให้มีสมาธิและสงบภายใน การฝึกสมาธิเป็นประจำสามารถนำไปสู่การเข้าใจตนเองและธรรมะ คำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับธรรมชาติของการดำรงอยู่และหนทางสู่การตรัสรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่ต้องการพักอยู่ต่อ วัดป่าพันจนะมีที่พักที่เรียบง่ายแต่สะดวกสบายสำหรับการปฏิบัติธรรม ผู้เยี่ยมชมควรใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามหลักพุทธศาสนาแบบมินิมอลและวินัยในตนเอง วัดมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน และคาดว่าผู้เยี่ยมชมจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ในวัดเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรม

วิธีการเดินทาง
วัดป่าพันชนะ ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยการเดินทางจะได้พบกับทัศนียภาพของชนบทของประเทศไทย ทำให้เป็นการเดินทางที่เงียบสงบและน่ารื่นรมย์ นอกจากนี้ยังมีระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถประจำทางและรถไฟจากเมืองใหญ่ๆ อีกด้วย โดยมีบริการขนส่งในท้องถิ่นเพื่อเดินทางไปยังวัด

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการทำสมาธิหรือเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ วัดป่าพันชนะเป็นโอกาสพิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจธรรมะอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในบรรยากาศที่สงบและเป็นธรรมชาติ บรรยากาศที่อบอุ่นและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมของวัดทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมโยงกับตัวตนภายในและคำสอนของพระพุทธเจ้าอีกครั้ง

13
วัดป่าอารยวังสารามศูนย์รวมจิตใจ เหมาะใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรมทำวัตร ฟังธรรม เจริญภาวนา

วัดป่าอารยวังสารามเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามและความสงบ วัดนี้เป็นวัดที่ได้รับการบูรณะอย่างดีและมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญหลายชิ้น ที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดป่าอารยวังสาราม วัดแห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม

วัดป่าอารยวังสารามตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิ การมีสติและการทบทวนตนเอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่สนใจในการเติบโตทางจิตวิญญาณ

บรรยากาศภายในวัด
วัดป่าอารยวังสารามรายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ช่วยเพิ่มบรรยากาศอันเงียบสงบ เสียงธรรมชาติอันเงียบสงบ เช่น ใบไม้ไหว เสียงนกร้อง และสายลมอ่อนๆ ทำให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิอย่างลึกซึ้ง วัดแห่งนี้อยู่ห่างไกลจากชีวิตในเมืองที่วุ่นวาย ทำให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายทางโลกและมุ่งความสนใจไปที่การเดินทางทางจิตวิญญาณของตนได้

การปฏิบัติธรรม
หัวใจหลักของการมาเยี่ยมชมวัดป่าอารยวังสารามคือการปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า วัดแห่งนี้มีโปรแกรมปฏิบัติธรรมแบบมีโครงสร้างแต่ยืดหยุ่นได้ โดยเปิดรับทั้งผู้ฝึกปฏิบัติมือใหม่และผู้ฝึกปฏิบัติที่มีประสบการณ์ ภายใต้การแนะนำของพระภิกษุผู้มีประสบการณ์ ผู้เยี่ยมชมสามารถฝึกปฏิบัติธรรมในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น นั่งสมาธิ เดินจงกรมและสวดมนต์

ตารางการปฏิบัติธรรมโดยทั่วไปจะมีช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถฝึกสติและตระหนักรู้ในตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสให้แสดงธรรมะ ซึ่งพระภิกษุจะให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาของพุทธศาสนาและวิธีนำคำสอนเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสอดคล้องกับธรรมชาติ
ที่วัดป่าอารยวังสาราม ความเรียบง่ายคือหัวใจสำคัญ ที่พักนั้นเรียบง่ายแต่สะดวกสบาย สะท้อนหลักการของความเรียบง่ายในการปฏิบัติธรรมของชาวพุทธ ผู้มาเยี่ยมชมจะได้รับการสนับสนุนให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติและชื่นชมกับความเรียบง่ายของชีวิตในวัด อาหารที่จัดเตรียมไว้โดยวัดเป็นอาหารมังสวิรัติและเสิร์ฟในความเงียบเพื่อส่งเสริมการมีสติและความกตัญญู

บริเวณโดยรอบของวัดยังเชิญชวนให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้สัมผัสกับธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การทำสมาธิ เส้นทางป่าที่เงียบสงบเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินสมาธิ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติและไตร่ตรองความคิดและการกระทำของตนเอง

ประสบการณ์จิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ในอยุธยา
อยุธยาเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของวัดโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความหมายสำหรับผู้แสวงหาจิตวิญญาณ ในขณะที่หลายคนเดินทางมาที่จังหวัดนี้เพื่อสำรวจสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ การเยี่ยมชมวัดป่าอารยะวังสาร์จะให้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากกว่า การปฏิบัติธรรมในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจสงบเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับคำสอนอมตะของพระพุทธเจ้าที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษอีกด้วย

วิธีการเยี่ยมชม
หากต้องการเข้าร่วมการปฏิบัติธรรมที่วัดป่าอารยวังสาราม ขอแนะนำให้ผู้เยี่ยมชมจัดเตรียมการล่วงหน้า แม้ว่าวัดจะเปิดให้ผู้เยี่ยมชมเดินเข้ามาได้ แต่ผู้ที่ต้องการอยู่เป็นเวลานานหรือเข้าร่วมการปฏิบัติธรรม ควรติดต่อทางวัดล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบว่ายังมีที่ว่างหรือไม่

ผู้เยี่ยมชมควรเตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและเรียบร้อยสำหรับทำสมาธิ รวมถึงสิ่งของส่วนตัวที่อาจต้องใช้ระหว่างการเข้าพัก วัดแห่งนี้รับบริจาคเงิน ดังนั้นผู้บริจาคสามารถบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาได้

วัดป่าอารยวังสารามเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการทำสมาธิหรือเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มากประสบการณ์ วัดแห่งนี้ก็เป็นสภาพแวดล้อมที่เสริมสร้างความรู้เพื่อให้คุณเข้าใจคำสอนของพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและสัมผัสกับการเติบโตในตนเอง การไปเยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อนทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางสู่ความสงบภายในและการตรัสรู้

14
งานมอเตอร์โชว์: ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน LOW RIDER ST กับสเต็ปสปอร์ตทัวร์ริ่ง

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Low Rider™ ST กับขุมพลังแบบ American V-Twin ตามคอนเซปต์บิ๊กไบค์ครุยเซอร์รุ่นนี้พร้อมพาคุณหลีกหนีความวุ่นวายออกไปท่องโลกในช่วงสุดสัปดาห์ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบครุยเซอร์ที่ให้อารมณ์สปอร์ตทัวร์ริ่ง แต่คงสมรรถนะดุดันพร้อมทะยานไปข้างหน้าทันทีที่ต้องการ แน่นอนว่าหลังจากเราได้นำรุ่นนี้มาลองขี่ก็เห็นด้วยกับแนวคิดหนีความวุ่นวายสู่การเดินทางไกลตามมุดหมายที่ต้องการ เพราะได้ลองขี่ทั้งในและนอกเมือง

บทสรุป
ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Low Rider™ ST กับราคาเริ่มต้น 1.26 ล้าน เป็นตัวเลขค่าตัวที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนพอสมควร เพราะเป็นราคาในกลุ่ม Softtail ที่สามารถเปลี่ยนไปเล่นรุ่น Pan America Special ที่เป็นแอดเวนเจอร์ ทัวร์ริ่งไปเลยถ้าชอบขี่แบบหลังตรง นุ่มนวลกว่า และมีเทคโนโลยีมากกว่า ในราคาที่ไม่ถึงล้านบาท ! หรือไม่ก็เขย่งไปที่ราคา 1.7-1.8 ล้าน ในกลุ่ม Touring ไปเลยดูเหมาะสมและน่าจะตรงใจกว่า สบายกว่าด้วย แต่ส่วนต่าง 5 แสนบาทก็นับว่ามีผลต่อการตัดสินใจมากพอที่จะจบกับ Low Rider™ ST ซึ่งเป็นบิ๊กไบค์ครุยเซอร์ที่ได้ภาพความเป็นสปอร์ตทัวร์ริ่ง แต่ก็แลกด้วยความเพียวในสเปค ที่เทคโนโลยีมีให้แค่ระบบเบรกเอบีเอส และแทร็คชัน คอนโทรล กับหน้าจอ LCD ขนาดเพียง 2.14 นิ้ว  พอแค่ให้อ่านค่าชัดเจน ดูมินิมอลดี นับเป็นรถที่ให้ความสำคัญกับลุคและฟิลลิ่งการขี่เป็นหลัก ซึ่งจะโดนใจใครนั่นก็อีกเรื่อง

 FAST FACTS ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Low Rider™ ST
ระดับความสูงเบาะ แบบยังไม่ได้บรรทุก 720 มม.
ยางล้อหน้า Michelin™ Scorcher™ "31" ขนาด  110/90B19,62H,BW

ยางล้อหลัง Michelin™ Scorcher™ "31" ขนาด 180/70B16,77H,BW
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 18.9 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง (พร้อมไส้กรอง) 4.7 ลิตร
น้ำหนักขณะขนส่ง 315 กก.

เครื่องยนต์  Milwaukee-Eight™ 117
ความจุเครื่องยนต์ 1,923 ซีซี
อัตราส่วนการอัด 10.2:1
ระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI)
แรงบิดเครื่องยนต์ 159 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที
กำลังสูงสุด 97 แรงม้า  ที่ 5020 รอบต่อนาที
ราคาเริ่มต้น 1,226,000 บาท


15
ซ่อมบำรุงอาคาร: แก้ปัญหาท่อระบายน้ำในบ้านอุดตันง่ายๆ

“ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน” โดยเฉพาะพื้นที่ในห้องน้ำ ห้องครัว และริมระเบียง ที่มักเกิดปัญหา   ท่อตันทำให้น้ำเอ่อล้นระหว่างการใช้งาน  ส่งปัญหากลิ่นเหม็น เกิดคราบตะกอนตกค้าง  วันนี้เรา มีวิธีการป้องกัน และแก้ปัญหา นี้สำหรับทุกห้องภายในบ้านมาแนะนำกันค่ะ

 
1.เทน้ำเดือดลงท่อระบายน้ำ

      วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้บางส่วนเช่น การอุดตันท่อที่เกิดจากสบู่และไขมันที่จับตัวกันอุดตัน  และวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก  ในการเทน้ำร้อนลงท่อควรมีการใช้กรวยหรืออุปกรณ์บรรจุน้ำในขณะที่เท  เพื่อไม่ให้น้ำร้อนกระเด็นหรือหกมาโดนตัวเรา


2.ใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู (สารเคมีจากธรรมชาติ)

       การขจัดสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำโดยวิธีการนี้น้ำเบกกิ้งโซดา ประมาณ ½  ถ้วยตวงเทลงท่อระบายน้ำ  จากนั้นรอ 5-8 นาที  แล้วตามด้วยเทน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ถ้วยตวงลงไปรอประมาณ 1-2 ชม.  จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปสักครู่ และตามด้วยการล้างน้ำเปล่าในขั้นตอนสุดท้าย


3.ใช้งูดิน ทะลวงท่อ หรือ สปริงทะลวงท่อ

    เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการอุดตันที่มีราคาถูก และเป็นวิธีที่ได้ผลสูง โดยขั้นตอนการทำคือดันงูลงท่อระบายน้ำจนกว่าจะถึงส่วนที่อุดตัน จากนั้น หมุนที่จับงูแล้วดึงขึ้นมา  หากบ้านไหนไม่มีงูช่างประปา   สามารถดัดแปลงจากของใช้ภายในบ้านได้เองเช่น ไม้แขวนเสื้อที่ทำจากลวด  หรือจะเป็นลวดทั่วไปก็ได้


4.ใช้น้ำยาล้างท่อตัน / ผงสลายท่อตัน

         ในปัจจุบันมีการผลิตน้ำยาล้างท่อตัน และผงสลายท่อตัน จำหน่ายทั่วไปหาซื้อได้ง่ายโดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถสะลายไขมัน สิ่งอุดตันต่างๆในท่อได้  ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก  แต่มีข้อควรระวังในการใช้งานและต้องสวมผ้าปิดจมูก แว่นตา และถุงมือทุกครั้งที่ใช้งานเพราะมีส่วนผสมของสารเคมี

หน้า: [1] 2 3 ... 48





















































อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
ไม่รู้จะขายอะไรดี

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี

กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
ทำ SEO ติด Google
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด

โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย